Thinking Development Article No.1 : หลักสำคัญของการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจ

การคิด (Thinking) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลาภายในสมองของเรา เชื่อหรือไม่ว่าขณะเราตื่นอยู่เราแทบจะหยุดคิดไม่ได้ หลาย ๆ ครั้งแม้นอนหลับไปแล้วเรายังเก็บไปคิด หรือที่เรียกว่าเก็บไปฝันต่อ ดังนั้นการคิดจึงเกิดขึ้นตลอดเวลาในขณะที่เราตื่นอยู่ ประเด็นสำคัญคือ เราปล่อยให้การคิดของเราอยู่ภายใต้การควบคุมหรือไร้ภาวะการควบคุม โดยจินตนาการอย่างง่าย ๆ ว่า ถ้าเราต้องโดยสารรถที่ปราศจากคนขับกับมีคนขับ เราเลือกนั่งรถโดยสารคนไหน ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนต้องตอบว่า เลือกนั่งรถที่มีคนขับอย่างแน่นอน แต่มีคำถามที่น่าสนใจคือ

  • ในระหว่างวันที่เราตื่นอยู่ เราคิดโดยปราศจากการควบคุมหรือมีการควบคุมความคิด อย่างไหนมีสภาวะเกิดมากกว่ากัน หรือพูดแบบง่าย ๆ ว่าเรามีอาการฟุ้งซ่านหรือมีสติมากกว่ากัน?

ยิ่งเราฟุ้งซ่านมาก พลังความคิดของเรายิ่งถูกใช้ไปในทางสิ้นเปลือง ไร้ประโยชน์ และขาดประสิทธิภาพมากเท่านั้น ประสบการณ์ทางบวกที่มีประสิทธิผลจะเกิดขึ้นกับตัวเราน้อยเช่นกัน ซึ่งจะส่งผลต่อการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจของเราโดยตรง
การคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจมีส่วนอ้างอิงถึงประสบการณ์ในอดีต ถ้าในอดีตของเราสะสมประสบการณ์ที่ขาดสาระหรือไม่มีประสิทธิภาพ การแก้ปัญหาของเราจะทำได้ไม่ดีพอ เราสามารถแบ่งประสบการณ์ที่ไม่มีประสิทธิภาพได้ดังนี้

  • มีทัศนคติเชิงลบมากเกินไป การมีทัศนคติเชิงลบทำให้มองทุกอย่างเป็นอุปสรรค ไม่มองปัญหาในมิติของการพัฒนาตนเอง ส่งผลให้การแก้ปัญหาอาจไม่ประสบความสำเร็จ หรือถ้าประสบความสำเร็จ ผู้แก้ปัญหาอาจจะเหนื่อยกับความทุกข์ในความคิดของตนเอง
  • ไม่ค่อยเจอปัญหาหรือหลีกเลี่ยงปัญหา ทำให้ขาดโอกาสในการฝึกฝน ส่งผลให้เมื่อเจอปัญหาจริง ๆ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้
  • ขาดการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ใช้ความคิดและความรู้เดิม ๆ ในการแก้ปัญหา เป็นคนประเภทชอบอยู่ในขอบเขตสบาย (Comfort Zone) เมื่อเจอปัญหาจะใช้วิธีการและประสบการณ์เดิม ๆ เพื่อแก้ปัญหา ขาดความคิดสร้างสรรค์ ส่งผลให้การแก้ปัญหาอาจไม่ตรงจุด เนื่องจากสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เปลี่ยนไป

ดังนั้นบุคคลที่มีการมองโลกเชิงบวก มองปัญหาในมิติการพัฒนาตนเองให้เก่งขึ้น และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง ถือว่าเป็นบุคคลที่มี AQ สูง (Adversity Quotient) เปรียบเสมือนเป็นผู้มีพื้นฐานหรือแหล่งดินที่สมบูรณ์ ต้องการแก้ปัญหาหรือปลูกอะไรจะทำได้ง่ายกว่าผู้อื่น

การคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพต้องอยู่บนประสบการณ์เชิงบวกดังกล่าวข้างต้น และต้องอยู่บนหลักการสำคัญของการคิดแก้ปัญหาและตัดสินใจดังนี้

  • ความชัดเจนในปัญหา ถ้าคุณต้องการหาสิ่งของสำคัญในห้องเก็บของที่หลอดไฟเสียในเวลากลางคืน คุณควรทำอย่างไร? คุณจะตัดสินใจเปลี่ยนหลอดไฟหรือไม่? (กระบวนการคิดเกิดขึ้นภายในสมองของคุณ ซึ่งมันเป็นนามธรรมจับต้องไม่ได้ และมีคุณเพียงคนเดียวที่รับรู้ว่าคุณกำลังคิดอยู่) คุณอาจตัดสินใจขับรถออกไป 10 กิโลเมตร เพื่อไปซื้อหลอดไฟมาเปลี่ยน เมื่อคุณกลับมาอาจนึกได้ว่าสามารถใช้ไฟฉายได้ ไม่เห็นจำเป็นต้องขับรถออกไปเลย ปัญหาแค่นี้ใคร ๆ ก็รู้ ผมยกตัวอย่างนี้เพราะต้องการสื่อให้เห็นถึง ความชัดเจนในปัญหาถ้าคุณชัดเจนในปัญหา วิธีการแก้ไขจะแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ตัวอย่างข้างต้นสาเหตุของปัญหาที่แท้จริงคงไม่ได้อยู่ที่ “หลอดไฟเสีย” แต่อยู่ที่ “ขาดแสงสว่าง” ในการค้นหาสิ่งของ ซึ่งในแต่ละปัญหา (หลอดไฟและแสงสว่าง) มีวิธีการแก้ปัญหาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ลองหาวิธีแก้ปัญหาดูสิครับ เราจะพบว่ามันค่อนข้างจะแตกต่างกันมาก

  • ความชัดเจนในกลยุทธ์ (วิธีการ) แก้ปัญหา จากตัวอย่างข้างต้น ถ้าผมชัดเจนกับปัญหาด้าน “ขาดแสงสว่าง” ผมจะมีกลยุทธ์ (วิธีการ) ให้เกิดแสงสว่างมากมาย อาทิเช่น ไฟฉาย, เทียนไข, ตะเกียง, คบเพลิง, แสงสว่างจากโทรศัพท์ แม้แต่การเปลี่ยนหลอดไฟก็เป็นกลยุทธ์หนึ่งของผม

การตัดสินใจเลือกกลยุทธ์หรือวิธีการในการแก้ปัญหาใด ๆ สิ่งที่ต้องคำนึงต่อไปคือ ความเป็นไปได้”, “สิ่งที่ต้องทำ”และ ผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากการเลือกในแต่ละวิธีการ ผมจะมาขยายความต่อในบทความ “การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพ” ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับความคิดเชิงระบบ (System Thinking) อีกด้วย

“เรียนรู้ง่ายๆ และได้ผลสไตล์บานาน่า เทรนนิ่ง”
(http://www.thanayut.com/psdm.html)

Home | Courses | VDO Clip | About me | Contact | Self Development